Management System Certification Institute (Thailand)

11th floor Yakult Building, 1025 Phaholyothin Rd., Samsen-Nai, Phayathai, Bangkok 10400

EU Timber Regulation (EUTR) มีผลบังคับใช้ 3 มี.ค.56

21 February 2013

สหภาพยุโรปได้มีการออกกฎระเบียบ EU Timber Regulation (EUTR) หรือกฎระเบียบว่าด้วยการห้ามการจำหน่ายไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ผิดกฎหมายในตลาดอียู จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 มีนาคม 2556 นี้

หลักการสำคัญภายใต้กฎระเบียบ EUTR ได้แก่ 1) การจัดทำระบบ due diligence โดยผู้ประกอบการของอียูที่จำหน่ายไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ในอียู (EU operators) เพื่อตรวจสอบว่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่นำเข้ามาจำหน่ายนั้นมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมาย 2) การห้ามการจำหน่ายไม้ที่ผิดกฎหมายในตลาดอียู 3) การสร้างระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ โดยผู้ดำเนินการค้าในตลาดอียู (traders) เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาและความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ โดยต้องได้รับข้อมูลดังกล่าวจากบริษัท suppliers ที่ตนซื้อสินค้ามาและมีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ตนขายสินค้าดังกล่าวต่อไป เพื่อไปวางจำหน่ายต่อในตลาดอียู 4) ประเทศสมาชิกอียูมีหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎระเบียบ EUTR ของ operators และ traders ในอียู โดยแต่ละประเทศสมาชิกอียูจะกำหนดบทลงโทษของตนเอง (สถานะ ณ เดือนกรกฎาคม 2555 - ประเทศสมาชิกอียูยังไม่ได้กำหนดบทลงโทษ)

กลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก EUTR
ได้แก่ ผู้ประกอบการ ผู้ค้า หรือผู้ส่งออกไม้/ผลิตภัณฑ์ไม้เกือบทุกชนิดของไทยที่ส่งออกไปยังอียูได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ กรอบรูปไม้ ชิ้นส่วนที่ทำจากไม้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้เกือบทุกประเภท รวมทั้ง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ได้มาจากป่าปลูกเพื่อการพาณิชย์ เช่น ไม้ยางพารา ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเศษไม้อัด (wood in chips or particles) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขี้เลื่อยและเศษไม้ (sawdust and wood waste) ไม่ว่าจะอัดออกมาในรูปแบบใดก็ตาม รวมไปถึงไม้ MDF (medium-density fibreboard)  ไม้ particle board ไม้ลามิเนต (laminated wood) และกระดาษและเยื่อกระดาษ รวมถึงไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ได้มาจากป่าปลูกเพื่อการพาณิชย์ เช่น ไม้ยางพารา (ดูรายละเอียดได้ในภาคผนวกของกฎระเบียบ)

อย่างไรก็ดี กฎระเบียบดังกล่าวมีข้อยกเว้นกับสินค้าบางประเภท  ได้แก่ 1) ไม้หรือผลิตภัณฑ์ไม้ที่หมดอายุและจะต้องถูกกำจัดทิ้งในลักษณะขยะ (waste) และผลิตภัณฑ์ประเภทรีไซเคิล (recycled products) 2) วัสดุประเภทบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เพื่อการรอง หุ้ม หรือแบกรับน้ำหนักของสินค้าเพื่อวางขาย 3) สินค้าที่ทำจากไม้ไผ่ (bamboo) และสินค้าที่ทำจากหวาย (rattan) อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์ประเภทพื้นไม้ที่ทำจากไม้ไผ่ (bamboo flooring) ไม่ได้รับการยกเว้น 4) สินค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในกฎระเบียบ อาทิ ผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้ เครื่องดนตรีที่ทำจากไม้ 5) สินค้าประเภทหัตถกรรม และอาจได้รับการปรับแก้เพื่อรวมสินค้าไม้ประเภทอื่นๆ ได้

แม้กฎระเบียบ EUTR จะไม่ได้กำหนดภาระหน้าที่ของภาครัฐหรือผู้ประกอบการจากประเทศที่สามที่ส่งออกไม้/ผลิตภัณฑ์ไม้มายังอียูไว้โดยตรงในตัวบทกฎหมาย แต่ผลกระทบต่อผู้ผลิตและผู้ส่งออกจากประเทศที่สามในเชิงปฏิบัตินั้นชัดเจน เนื่องจากกฎระเบียบดังกล่าวได้กำหนดภาระความรับผิดชอบให้ผู้ประกอบการในยุโรปว่า จะต้องมีระบบรับรองความถูกต้องของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้นั้นๆ ทั้งห่วงโซ่ (supply chain) ซึ่งก็หมายถึงผลกระทบและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กล่าวคือ ผู้นำเข้ายุโรปอาจร้องขอให้ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของไทยเตรียมและสามารถแสดงเอกสารรับรองความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ไม้ที่ส่งออกมายังอียูได้ว่าไม่ได้มาจากแหล่งที่ผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงไม้นำเข้ามาจากประเทศที่สามอื่นๆ ที่ผู้ผลิตไทยนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ก็ต้องมีเอกสารรับรองความถูกต้องตามกฎหมายจากประเทศแหล่งกำเนิดไม้นั้นๆ ด้วย

สำหรับความก้าวหน้าในการเตรียมความพร้อมของไทย คือ อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางโดยกรมป่าไม้และผู้มีส่วนได้เสีย ในการหามาตรการทางออกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่จะเจรจาข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (Voluntary Partnership Agreements-VPAs) ในกรอบแผนปฏิบัติการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (Forest Law Enforcement, Governance and trade : FLEGT) กับอียู เพื่อให้ได้ใบอนุญาต FLEGT ซึ่งเป็นเอกสารรับรองสถานะความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้นั้นๆ ที่จะทำให้ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้บางประเภทได้รับการยกเว้นจากขั้นตอนการพิสูจน์สถานะที่จะมีขึ้นตามกฎระเบียบ EU Timber Regulation ดังกล่าว หรือทางเลือกอื่นๆ อาทิ การใช้ระบบของประเทศไทยเองที่สามารถรับรองความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ หรือการจัดระบบ due diligence โดยภาคเอกชน 

แม้ว่าตามหลักการแล้ว หลังมีนาคม 2556 หากไทยไม่มีใบอนุญาต FLEGT ที่จะได้รับจากการเจรจา VPAs ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้จากไทยก็จะยังสามารถเข้าไปยังตลาดอียูได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของ EU Timber Regulation อย่างไรก็ตาม ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ดังกล่าวอาจถูกเรียกตรวจสอบจากอียู และหากพบว่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการที่นำเข้าของอียูจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งเหตุดังกล่าวอาจทำให้ผู้นำเข้าของอียูมีความลังเลหรือตัดสินใจไม่เลือกซื้อสินค้าจากประเทศไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ The British Standards Institution (BSI) and World Wildlife Fund (WWF) และ UK Global Forest & Trade Network (GFTN) ได้ร่วมกันจัดทำ  PAS 2021:2012 Exercising due diligence in establishing the legal origin of timber and timber products – Guide to Regulation (EU) No 995/2010 ซึ่งเป็นเอกสารแนวทางในการปฏิบัติสำหรับภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้สอดคล้องตาม EU Timber Regulation

สาระสำคัญของ PAS 2021:2012 ประกอบด้วย
•    การวิเคราะห์ผลกระทบของกฎระเบียบต่อองค์กรและภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ
•    ความรู้เกี่ยวกับระบบ Due diligence
•    การประเมินและการบรรเทาความเสี่ยง (เป็นองค์ประกอบสำคัญของ ระบบ Due diligence)
•    วิธีการปฏิบัติที่ดีเพื่อไปสู่การดำเนินงานที่ดีกว่า

ผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลด PAS 2021:2012 และ Regulation (EU) No 995/2010 ได้ที่ http://shop.bsigroup.com/forms/PASs/PAS-2021/  และ http://eur-lex.europa.eu/JOHtml.do?uri=OJ:L:2010:295:SOM:EN:HTML

ที่มา: คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป (www.mfa.go.th, http://news.thaieurope.net/content/view/3986/224/) และ http://shop.bsigroup.com

System

Traning & Coaching


Ideation


Help Desk


Share this page


MASCI Member


ข้อมูลเพิ่มเติม




  • Copyright 2010 © Management System Certification Institute (Thailand). All rights reserved.