Management System Certification Institute (Thailand)

11th floor Yakult Building, 1025 Phaholyothin Rd., Samsen-Nai, Phayathai, Bangkok 10400

“มาเลเซีย” เตรียมพร้อมมุ่งสู่ศูนย์กลางยางโลก ปี 2020

18 June 2012

สถาบันวิจัยยางแห่งประเทศมาเลเซียเผยแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยางระยะยาว ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 - 2020 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นผู้นำอุตสาหกรรมยางพาราแบบครบวงจร และเตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายยางพาราของโลก โดยมีแนวทางดำเนินการ 4 ประการ คือ

  1. เพิ่มราคายางธรรมชาติ รักษาเพดานราคาตลาดให้มีเสถียรภาพ และเพิ่มปริมาณผลผลิตจาก 1.8 ตัน/เฮกตาร์ (288 กิโลกรัม/ไร่) เป็น 2.2 ตัน/เฮกตาร์ (352 กิโลกรัม/ไร่)
  2. มาเลเซียต้องเป็นศูนย์กลางยางโลก (Rubber Centre) ภายในปี 2020
  3. วางโครงสร้างคณะกรรมการยางพารา โดยกำหนดกรอบการดำเนินการสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อแปรรูปยางพารา
  4. เพิ่มสัดส่วนการผลิตถุงมือยางให้ได้ร้อยละ 65 ของความต้องการทั่วโลก เพื่อก้าวเป็นผู้นำอุตสาหกรรมผลิตถุงมือยางที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ให้ได้ภายในปี 2020

สำหรับสถานะทางการแข่งขันในอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย: พบว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงรักษาระดับของการเป็นประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกยางพาราสินค้าที่ผลิตจากยางพาราเป็นอันดับหนึ่งของโลกซึ่งช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศได้ 440,876.3 ล้านบาท จากปริมาณการส่งออก 3.4 ล้านตัน (ข้อมูลปี 2554, ธนาคารแห่งประเทศไทย) และอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีประเทศหน้าใหม่ที่เร่งส่งเสริมการผลิตทั้ง ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม และประเทศในแอฟริกา ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเตรียมมาตรการทั้งเชิงรุกและเชิงรับสำหรับยางพาราให้พร้อมก่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2015

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
1.    ACFS-Early-Warning Update - No.3917 - May- 2012
2.    สถานการณ์ยางพาราปี 2554 และแนวโน้มปี 2555, ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้: www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions

System

Traning & Coaching


Ideation


Help Desk


Share this page


MASCI Member


ข้อมูลเพิ่มเติม




  • Copyright 2010 © Management System Certification Institute (Thailand). All rights reserved.