Management System Certification Institute (Thailand)

11th floor Yakult Building, 1025 Phaholyothin Rd., Samsen-Nai, Phayathai, Bangkok 10400

EU ทบทวนความเสี่ยงของสาร Bisphenol (BPA) ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก

22 June 2012

หน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งยุโรป (EFSA): อยู่ระหว่างการทบทวนข้อมูลและประเมินความเสี่ยงใหม่ สำหรับค่ามาตรฐานของปริมาณสารปนเปื้อนที่ร่างกายมนุษย์สามารถทนรับได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ (Tolerable Daily Intake: TDI) ของสาร Bisphenol A หรือ BPA ซึ่งเป็นสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำมาจากพอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate: PC) อาทิ ภาชนะกระป๋องพลาสติก ขวดน้ำ ขวดนมเด็ก เป็นต้น ซึ่งอาจมีโอกาสปนเปื้อนละลายอยู่ในอาหารได้ ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและพัฒนาการของทารกและเด็กเล็ก รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ได้

สาระสำคัญของการทบทวน:
เนื่องจากหน่วยงาน EFSA ได้กำหนดค่า TDI ของ BPA ที่สามารถมีได้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติกไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ไว้นับตั้งแต่ปี 2549 โดยมิได้มีการทบทวนและวิเคราะห์ความเสี่ยงใหม่นานกว่า 7 ปีแล้ว

นอกจากนี้ ระหว่างช่วงปี 2549 – 2554 ที่ผ่านมา EU ได้มีการประกาศกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการห้ามใช้ BPA ออกมา ได้แก่ Commission Directive 2011/8/EU of 28 January 2011 amending Directive 2002/72/EC as regards the restriction of use of Bisphenol A in plastic infant feeding bottles (ปี 2554) ซึ่งเป็นประกาศระงับการใช้สาร BPA ในขวดนมเด็ก และห้ามการวางจำหน่ายและนำเข้าขวดนมเด็กที่มี BPA ส่งผลให้ประเทศในกลุ่ม EU ที่นอกจากจะปฏิบัติตามกฎระเบียบกลางฉบับนี้แล้ว ยังได้มีประเทศสมาชิก EU บางประเทศ ทำการประกาศเป็นกฎหมายเฉพาะของประเทศตนเอง ระงับการใช้สารดังกล่าวในบรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำจากพลาสติกด้วยเช่นกัน ได้แก่

•    ฝรั่งเศส ประกาศเป็นพระราชบัญญัติห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารทุกประเภท
•    เดนมาร์ก ห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี
•    ออสเตรีย ห้ามผลิตและห้ามจำหน่ายสินค้าประเภทหัวนมยางสำหรับเด็ก (Pacifiers and teethers) ที่มีสาร BPA เป็นองค์ประกอบ และ
•    ประเทศล่าสุด คือ สวีเดน ได้มีประกาศแก้ไขระเบียบว่าด้วยอาหาร (2006:813) เพิ่มเติมข้อกำหนดเกี่ยวกับการห้ามใช้สาร BPA และส่วนประกอบของสาร BPA ที่ใช้เป็นสารเคลือบบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป

ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย: พบว่า ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกไปยัง EU มีมูลค่าสูง อาทิ ปี 2554 มีการส่งออกไปยังประเทศสวีเดนมูลค่าประมาณ 108 ล้านบาท และช่วง 3 เดือนแรกของปี 2555 (มกราคม – มีนาคม 2555) มีมูลค่าการส่งออกราว 35 ล้านบาท ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ จึงควรระมัดระวังการใช้สาร BPA และสารประกอบ BPA ในการผลิตสินค้าของตนเอง และควรมีการตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนการส่งออก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
1.    ACFS-Early-Warning Update - No.3943 - June- 2012
2.    http://www.newsplus.co.th/NewsDetail.php?id=43890
3.    http://www.foodnetworksolution.com/vocab/word/2028

System

Traning & Coaching


Ideation


Help Desk


Share this page


MASCI Member


ข้อมูลเพิ่มเติม




  • Copyright 2010 © Management System Certification Institute (Thailand). All rights reserved.