Management System Certification Institute (Thailand)

11th floor Yakult Building, 1025 Phaholyothin Rd., Samsen-Nai, Phayathai, Bangkok 10400

การปรับปรุงข้อกำหนดการติดฉลากน้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์

2 July 2012

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2555 EU ประกาศ Directive 2012/12/EU แก้ไข Directive 2001/112/EC เพื่อปรับปรุงข้อกำหนดการติดฉลากน้ำผลไม้และผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิต การใช้ส่วนผสม ป้องกันความเข้าใจผิดของผู้บริโภคเกี่ยวกับข้อมูลที่ระบุบนฉลากและสอดคล้องกับมาตรฐานโคเด็กซ์ สาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

  1. กำหนดคำนิยามการเรียกชื่อและลักษณะสินค้าของน้ำผลไม้ประเภท (1) Fruit juice, Fruit juice from concentrate (2) Concentrated fruit juice (3) Water extracted fruit juice (4) Dehydrated/powdered fruit juice และ (5) Fruit nectar และต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อปฏิบัติทั่วไปเกี่ยวกับอาหารที่กำหนดขึ้นโดยหน่วยงาน European Food Safety Authority (EFSA)
  2. ไม่อนุญาตให้ใช้น้ำตาลผสมในน้ำผลไม้ทุกชนิด และไม่ให้ระบุข้อความ “with no added sugars”บนฉลาก ทั้งนี้ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค โดยตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2558 ให้ระบุว่า “no fruit juices contain added sugars” บนฉลากสินค้าน้ำผลไม้ตามข้อ 1 ประเภทที่ 1 – 4
  3. ฉลากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ซึ่งผลิตจากผลไม้ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป จะต้องระบุชื่อของผลไม้ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต (ยกเว้นการใช้มะนาวหรือน้ำมะนาวเพื่อให้เกิดรสเปรี้ยวในปริมาณไม่เกิน 3 กรัม/ลิตร) โดยให้ระบุปริมาณส่วนประกอบของน้ำผลไม้หรือเนื้อผลไม้จากมากไปน้อย หากมีส่วนประกอบของผลไม้ตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป อาจใช้คำว่า “Several fruit” หรือคำอื่นใดที่มีความใกล้เคียง
  4. ฉลากผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ประเภท Concentrated fruit juice ต้องระบุปริมาณของน้ำมะนาวหรือสารปรับความเป็นกรด (Acidifying agents) บนบรรจุภัณฑ์ หรือ บนฉลาก หรือ เอกสารที่แนบมาในบรรจุภัณฑ์ ตามระเบียบ Regulation (EC) No. 1333/2008
  5. การเพิ่มคุณค่าอาหารด้วยวิตามินและเกลือแร่ในผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ให้เป็นไปตามระเบียบ Regulation (EC) No.1925/2006
  6. ไม่อนุญาตให้เติมน้ำตาลในน้ำผลไม้ประเภท “Fruit nectars” และหากน้ำตาลเกิดจากธรรมชาติของ Fruit nectar จะต้องระบุบนฉลากว่า “Contains naturally occurring sugars”
  7. การใช้สาร Enzyme preparations, สาร Chemical inert filtration aids and precipitation agents และ สาร Chemical inert adsorption aids ให้เป็นไปตามระเบียบ Regulation (EC) No.1332/2008 และ Regulation (EC) No.1935/2004 ตามลำดับ
  8. ระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2555 อย่างไรก็ดี EU ผ่อนผันให้สินค้าที่ปฏิบัติตามระเบียบเดิม (Directive 2001/112/EC) ซึ่งวางจำหน่ายก่อนวันที่ 28 ตุลาคม 2556 สามารถวางจำหน่ายได้จนถึงวันที่ 28 เมษายน 2558
ที่มา :
-    กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
-    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

System

Traning & Coaching


Ideation


Help Desk


Share this page


MASCI Member


ข้อมูลเพิ่มเติม




  • Copyright 2010 © Management System Certification Institute (Thailand). All rights reserved.