กิจกรรมหลักในโครงการ
- การจัดทำ และปรับปรุงสมุดรักษ์สิ่งแวดล้อม และเอกสารโครงการ เช่น เอกสารเรื่องน่ารู้กับการช่วยแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน
- การจัดทำสื่อการสอน และคู่มือการปฏิบัติของครูที่ปรึกษา
- การประชาสัมพันธ์ การจัดหาและคัดเลือกโรงเรียนและชุมชนเข้าร่วมโครงการ
- การลงนามความร่วมมือระหว่างสถาบันฯ โรงเรียน และชุมชน
- การจัดฝึกอบรมให้ความรู้ให้แก่ผู้ฝึกสอน (Trainer) ครูที่ปรึกษา และนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับวงจร PDCA และการใช้สมุดรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปใช้ในการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำประปา และลดขยะมูลฝอย และการจัดนิทรรศการในโรงเรียน
- การมอบหมายให้นักเรียนนำแนวทาง “การวางแผน การนำไปปฏิบัติ การตรวจสอบ และการแก้ไข” โดยใช้ “สมุดรักษ์สิ่งแวดล้อม” ไปดำเนินการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำประประปา และการลดปริมาณขยะมูลฝอยในครัวเรือนและชุมชน
- การตรวจ “สมุดรักษ์สิ่งแวดล้อม” และประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของนักเรียนโดยผู้ตรวจประเมินของสถาบันฯ
- การพิจารณาตัดสินผลการดำเนินกิจกรรมของนักเรียน ด้านการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำประปา และการลดปริมาณขยะมูลฝอยในครัวเรือนและชุมชน เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลงานดีเด่นและชมเชย
- การจัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่โรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูที่ปรึกษา และนักเรียน รวมทั้งการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีผลงานดีเด่นและชมเชย พร้อมการจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้การประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้า น้ำประปา และลดปริมาณขยะมูลฝอย
- การจัดทัศนศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียน ครูที่ปรึกษา และผู้แทนชุมชน
- การประสานงาน การบริหารโครงการและการประเมินผลสำเร็จของโครงการ
การดำเนินโครงการปีงบประมาณ 2552
ในปีงบประมาณ 2552 สถาบันได้คัดเลือกโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเข้าร่วมโครงการ รวม 8 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โรงเรียนประชาราษฎร์บำเพ็ญ โรงเรียนอุดมศึกษา โรงเรียนวัดสระเกศ โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (งามศิริวิทยาคาร) โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม และโรงเรียนธัญรัตน์ ซึ่งมีนักเรียน 801 คน ครูที่ปรึกษา 31 คน และสมาชิกในครอบครัวของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ในการปฏิบัติตามสมุดรักษ์สิ่งแวดล้อม 3,515 คน
หลังจากการปฏิบัติตามสมุดรักษ์สิ่งแวดล้อมของนักเรียน ทำให้สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา และลดปริมาณขยะมูลฝอยได้สูงกว่าเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดการประหยัดไม่น้อยกว่า 10% และคิดเป็นมูลค่ารวมจากการประหยัดการใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และการลดขยะมูลฝอย 421,697 บาทต่อปี (ประกอบด้วยการลดการใช้ไฟฟ้าได้ 20.42% คิดเป็นมูลค่ารายจ่ายที่ลดลง 301,557 บาทต่อปี การลดการใช้น้ำประปาได้ 10.54% คิดเป็นมูลค่ารายจ่ายที่ลดลง 112,834 บาทต่อปี และการลดปริมาณขยะมูลฝอยได้ 24.6% คิดเป็นมูลค่ารายจ่ายที่ลดลง 7,304 บาทต่อปี ในขณะเดียวกันสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงานไฟฟ้าจำนวน 1,437.41 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
การดำเนินโครงการปีงบประมาณ 2553
ในปีงบประมาณ 2553 สถาบันได้คัดเลือกโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 12 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนเดิมที่เข้าร่วมโครงการฯ ในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 4 โรงเรียน ซึ่งมีการขยายผลสู่ 10 ชุมชน ได้แก่ โรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม โรงเรียนธัญรัตน์ โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (งามศิริวิทยาคาร) และโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี และโรงเรียนที่คัดเลือกใหม่ จำนวน 8 โรงเรียน สำหรับการดำเนินการภายในโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง โรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ โรงเรียนวัดลาดพร้าว โรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ และ โรงเรียนมัธยมนาคนาวาอุปถัมภ์ โดยมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ 1,789 คน ครูที่ปรึกษา 45 คน และสมาชิกในครอบครัวของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 4,662 คน
หลังจากการดำเนินงานสิ้นสุดโครงการ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถช่วยกันลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปา และลดปริมาณขยะมูลฝอยได้ดังนี้ การลดการใช้ไฟฟ้าได้ 435,912 หน่วยต่อปีหรือลดลง 19.2 % การลดการใช้น้ำประปาได้ 88,344 หน่วยต่อปีหรือลดลง 20.0 % การลดปริมาณขยะมูลฝอยได้ 105,420 ถุงต่อปีหรือลดลง 34.1 % และปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 238,008 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
ผลสำเร็จของโครงการในภาพรวม
ความสำเร็จจากโครงการเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมในปีงบประมาณ 2552 และปีงบประมาณ 2553 ก่อให้เกิดบูรณาการการเรียนการสอนของโรงเรียนและทักษะของนักเรียนสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ เช่น สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การเขียนภาษาไทย การคิดวิเคราะห์ ความมีวินัยและความซื่อสัตย์ และการประยุกต์ใช้วงจร PDCA ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวของนักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูที่ปรึกษา และชุมชน ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ปกครองนักเรียนที่ให้การสนับสนุนการปฏิบัติของนักเรียนเป็นอย่างดี ทั้งด้านการวางแผนและการร่วมปฏิบัติกับนักเรียน ซึ่งได้นำไปสู่การใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างประหยัดและคุ้มค่า และช่วยปลูกฝังความตระหนักในการรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนให้ขยายวงกว้างต่อไป