กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ./DIPROM) โดยกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม ได้มอบหมายให้สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ./MASCI) จัดกิจกรรมเปิดตัวการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดี “มาตรฐาน GMT SMEs (Good Manufacturing of Thailand for SMEs)” ภายใต้โครงการการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ประจำปีงบประมาณ 2568 เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 6 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
การเปิดตัวโครงการฯ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายพลาวุธ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้แทนภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำเกณฑ์มาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของ SMEs ในภาคการผลิตของประเทศไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “มาตรฐาน GMT for SMEs จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน SME ไทยเพื่อสร้างโอกาสและความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่ากระบวนการผลิตและสินค้าไทยมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้และป้องกันการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิด โดยมุ่งเน้นสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านราคา ผลิตโดยผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันปัญหาทุนเทาที่สวมสิทธิ์สินค้าส่งออกไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน คือ นโยบาย..ฝ่าฟันดึงดัน”
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ สงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาทุนสีเทาที่กระทบกับกระบวนการผลิตในประเทศและการส่งออก และการสวมสิทธิ์สินค้า DIPROM จึงได้ขับเคลื่อนนโยบาย DIPROM FLEXI เป็นมาตรการ Quick Big Win ซึ่งภายใต้นโยบายดังกล่าวจะมีมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ผลิตโดยคนไทย Made by Thais โดยมี Local Content แปรสภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ สินค้ามีคุณภาพได้มาตรฐานตามสากลและคู่ค้า ปฏิบัติตามกฎหมาย ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอยู่ได้กับชุมชน รวมทั้งการยกระดับเรื่อง Productivity และ Innovation โดยเป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ไม่สร้างภาระให้ผู้ประกอบการ แต่จะมุ่งยกระดับและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย พร้อมเน้นการส่งเสริมอย่างยั่งยืนและให้สิทธิประโยชน์ทางการเงิน เช่น เงินทุนหมุนเวียนผ่านกองทุน SME ตามแนวประชารัฐ หรือดีพร้อมเพย์ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือเงินทุนส่งเสริมผ่าน SME D Bank”
DIPROM ในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับแนวทางการทำงานจากการเป็น “ผู้กำกับดูแล” ไปสู่การเป็น “ผู้ส่งเสริมและผู้สร้างระบบนิเวศ” ที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้ประกอบการโดยเน้นการลดภาระและเพิ่มโอกาส โดยการพัฒนามาตรฐาน GMT for SMEs ให้เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ประกอบการที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 14 หน่วยงาน ร่วมเป็นกรรมการวิชาการพัฒนามาตรฐาน เช่น กรมการค้าต่างประเทศ กรมบัญชีกลาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค SME D Bank สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันอาหาร สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเฟสการส่งเสริมมาตรฐานให้สถานประกอบการต้นแบบ 20 แห่งนำไปปฏิบัติ และจะต่อยอดเฟสต่อไปด้วยการยกระดับสู่กลไกการมาตรฐานผ่านสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และขยายผลสู่โรงงานอุตสาหกรรม 70,000 แห่งทั่วประเทศ โดยผ่านการขับเคลื่อนร่วมกันของทุกหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมภายใต้นโยบาย MIND as ONE และเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม I- AUDITOR และระบบฐานข้อมูล I-INDUSTRY ของกระทรวงอุตสาหกรรม และมีแผนที่จะเพิ่มประเภทรางวัลอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตที่ดีโดยผู้ประกอบการไทยด้วย
มาตรฐาน GMT SMEs จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นภาพรวมของการดำเนินงาน ตั้งแต่วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต กระบวนการผลิตภายในสถานประกอบการ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนมิติด้านธรรมาภิบาล แรงงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงบริบทและข้อจำกัดของ SMEs ไทยเป็นสำคัญ และผลักดันให้เกิดการพัฒนาเป็นลำดับขั้น สอดคล้องกับระดับความพร้อม และสามารถต่อยอดไปสู่มาตรฐานระดับประเทศและระดับสากลได้ในอนาคต นอกจากนี้ การใช้เครื่องหมาย GMT ยังเป็นสื่อกลางในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งสามารถตอบโจทย์ความท้าทายและสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs และช่วยขับเคลื่อน SMEs ไทยไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าร่วมโครงการการสร้างมาตรฐานรับรองการผลิตที่ดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามกิจกรรมโครงการผ่านเว็บไซต์และ Facebook หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทางติดต่อต่างๆ ของสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
ติดต่อสอบถามบริการ

