สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ (NSC) และธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) จัดงานเสวนาภายใต้หัวข้อ “เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยด้วย CFP มุ่งสู่ Green Supply Chain” เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เวทีการค้าสีเขียวระดับโลก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค
งานเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการ SMEs Adaptation ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมที่มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการองค์กรและเกิดความตระหนักในการปรับตัวเข้าสู่แนวทางดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก นายจงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ นายธีรกุล บุญยงค์ ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน MASCI และนางปริยดา พยุงธรรม ผู้อำนวยการฝ่าย ฝ่ายบริหารกลยุทธ์ MASCI เข้าร่วมฟังการเสวนา
การเสวนาครั้งนี้รวมพลังผู้เชี่ยวชาญทางคาร์บอนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Products: CFP) ซึ่งได้กลายเป็น “กติกาการค้าใหม่” ที่ทุกธุรกิจต้องเร่งรับมือ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายรัฏฐา ศรีเจริญ นักวิชาการมาตรฐานชำนาญการพิเศษ NSC นางสาวมัธนา เข็มทอง หัวหน้านักวิชาการ แผนกทวนสอบด้านความยั่งยืน MASCI นายศิรสิทธิ์ มีศิริ นักวิจัยอิสระด้านนวัตกรรมคาร์บอนและความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และนางสาวชีวินตา ทองเอี่ยมผู้เชี่ยวชาญบูรณาการความยั่งยืน LH Bank โดยมีนางสาวนันท์นภัส พึ่งพูล นักวิชาการ ฝ่ายทวนสอบด้านความยั่งยืน MASCI เป็นผู้ดำเนินรายการ
บนเวทีเสวนาได้ชี้ให้เห็นถึง “The Big Shift” หรือจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกธุรกิจ จากเดิมที่เน้นการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ ไปสู่การแข่งขันด้านความโปร่งใสของข้อมูลคาร์บอน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทข้ามชาติและคู่ค้าเริ่มบังคับให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ต้องรายงานข้อมูลคาร์บอน หากไม่มีการเตรียมความพร้อม ธุรกิจจะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกคัดออกจากบัญชีผู้ค้าในห่วงโซ่อุปทานสีเขียว การจัดทำ CFP จึงเปรียบเสมือน “Passport” ชิ้นสำคัญในการข้ามผ่านกำแพงภาษีรูปแบบใหม่ เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM) โดยวิทยากรได้ร่วมเจาะลึกแนวทางปฏิบัติใน 3 มิติสำคัญเพื่อรับมือกติกาการค้าคาร์บอนต่ำ ประกอบด้วย
- มิติด้านนโยบายและกลไกตลาด ปัจจุบันการจัดการคาร์บอนได้เปลี่ยนจาก “ภาคสมัครใจ” เพื่อภาพลักษณ์องค์กร มาสู่ “ภาคบังคับโดยกลไกตลาด” ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ทำให้การจัดทำและทวนสอบ CFP ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
- มิติด้านเทคนิคและกลยุทธ์ การจัดทำ CFP เปรียบเสมือนการ “X-ray ธุรกิจ” ที่ช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของกระบวนการผลิต และระบุจุดที่มีการใช้พลังงานหรือวัตถุดิบอย่างฟุ่มเฟือยได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การลดค่า CFP กลายเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดต้นทุนการผลิต ยกระดับเทคโนโลยี และสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
- มิติด้านการทวนสอบและสร้างความเชื่อมั่น ข้อมูลคาร์บอนที่จัดทำขึ้น จำเป็นต้องได้รับการทวนสอบจากหน่วยงานอิสระภายนอก (Third-party) ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูล ป้องกันความเสี่ยงจากการฟอกเขียว (Greenwashing) และยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Green Loan) จากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการนำเสนอ “Roadmap ความร่วมมืออุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ซึ่งขับเคลื่อนบน 3 เสาหลัก คือ การเชื่อมโยงมาตรฐานภายในประเทศให้สอดคล้องกับสากล การสร้างระบบนิเวศการทวนสอบที่เข้มแข็ง และการใช้เทคโนโลยีเป็นหลักประกันความโปร่งใส เพื่อผลักดันให้มาตรฐานของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง
บทสรุปของงานเสวนาในครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า การจัดทำและทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือ “ประตูสำคัญ” สู่ตลาดโลกที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามกำแพงการค้าและรักษาพื้นที่ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้ ทั้งนี้ MASCI ในฐานะหน่วยทวนสอบที่ได้รับการรับรองในระดับสากล พร้อมเป็นพันธมิตรสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ก้าวทันกติกาการค้าโลก สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และบรรลุเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ติดต่อสอบถามบริการ

